หนูดี วนิษา กับ 11 คำถามเรื่อง ‘การเรียน’ ทุ่มให้สุดแล้วหยุดที่เกรด 4!

Posted on |

เรื่องเรียนตั้งใจขนาดนี้มั้ยลูกกกก !!?? เวลาเด็ก ๆ วัยเรียนทำเรื่องเพลิดเพลินเจริญใจ มักจะโดนคำถามแบบนี้ตลอดเลยใช่มั้ยคะ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ ถ้าเรามีเทคนิคดี ๆ เรามีโอกาสประสบความสำเร็จเรื่องการเรียนแน่นอน

เชิญอ่านเคล็ดลับเรียนเก่งจาก CEO ของ Nuzest Thailand

“คุณหนูดี วนิษา เรซ” ได้เลยค่ะ…


1. อ่านหนังสือสอบหลายรอบ vs อ่านรอบเดียว

Credit : pixabay.com

แน่นอนว่า “อ่านหลายรอบ” ค่ะ ! ทบทวนบ่อย ๆ ค่อย ๆ ชินกับข้อมูล โดยเน้นจดเป็น Mind Map, โน้ตย่อ, แผ่นพับเล็ก ๆ แล้วหยิบขึ้นมาอ่านเรื่อย ๆ


2. Short Note (โน้ตย่อ) vs Mind Map

Credit : pixabay.com

Mind Map ค่ะ ! โดยเทคนิคของหนูดี คือ ใช้สมุดวาดเขียนขนาดใหญ่ (A 3) ในการทำ Mind Map หรือแผนที่ความคิดสรุปความรู้จากการเรียนในห้องเรียน ที่สำคัญ การทำ Mind Map ยังเอื้อมาก ๆ ในเรื่องของการใช้ “สีสัน” ให้เราจำได้แม่นมากยิ่งขึ้นค่ะ


3. ท่องดึก vs ท่องเช้า

Credit : pixabay.com

สมัยเรียนหนูดีจะท่องดึกค่ะ แต่พอเรียนจบแล้วกลับมาใช้เวลา “ช่วงเช้า” ในการท่องหนังสือแทน สมัยเรียนกว่าเราจะเรียนเสร็จ กลับหอ กินข้าว ทำรายงาน ก็ปาไปดึกดื่นใช่ไหมคะ ? เพราะฉะนั้นเรื่องท่องดึกคึกยันเช้าจึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าจะให้แนะนำ การนอนเร็ว – ตื่นเช้านั้นอาจจะเหมาะกับหลาย ๆ คนมากกว่า เพราะเมื่ออายุมากขึ้น การนอนดึกมาก ๆ มีผลต่อสุขภาพในระยะยาวจริง ๆ ค่ะ


4. ติวเพื่อน vs กั๊กข้อมูล (อ่านคนเดียว ไม่ข้องเกี่ยวกับใคร)

Credit : pixabay.com

สำหรับหนูดีมีทั้งติวเพื่อน เพื่อนติวให้ โดยเฉพาะใครที่ไปเรียนต่างประเทศ ควรใช้ประโยชน์จาก Study Group ให้มากที่สุดค่ะ ประโยชน์ที่ได้เต็ม ๆ ก็คือ การที่เราติวเพื่อน = เราได้ทวนข้อมูลซ้ำ การที่เพื่อนติวเรา = เราก็ได้เรียนรู้มุมมองใหม่ ๆ หรืออาจเป็นความรู้ใหม่ที่เขาไปค้นคว้าเพิ่ม อย่าไปดราม่า ว่าถ้าเราติวเพื่อนจะมีผลตอนตัดเกรดอิงกลุ่มมั้ย ? นอกจากวิชาความรู้แล้ว สิ่งสำคัญที่เราจะได้จากการแบ่งปัน คือได้เพื่อนที่เป็นคนที่สำคัญและไว้ใจได้ไปตลอดชีวิตค่ะ


5. โดดเรียน vs เข้าเลคเชอร์

Credit : pixabay.com

เข้าเลคเชอร์สิคะ ! เคยมีงานวิจัยเก็บข้อมูลไว้ว่า ถ้าเราโดดเรียน 2 ชั่วโมง เราจะต้องไปอ่านเองหรือตาม catch-up บทเรียนทดแทนถึง 6 ชั่วโมงเลยทีเดียว บางคนอาจขี้เกียจตื่นไปเรียน อ่านเองอยู่หอก็ได้นี่ ! ใครเลยจะรู้คะ ว่าชีทเรียนเป็นร้อย ๆ หน้าหรือหนังสือ Text Book หนา ๆ อาจารย์เขาจะหยิบตรงไหนมาออกข้อสอบ ? ไม่มีค่ะ…แต่สิ่งที่จะบอกใบ้ได้ คือการสะกดตามรอยครูไปในคลาสเรียน ได้ทั้งครูที่สรุปข้อมูลมาสอนให้ และยังอาจได้แนวข้อสอบจากการสังเกตแนวทางการสอนของครูด้วยค่ะ


6. อ่านหนังสือห้องสมุด vs ร้านกาแฟ

Credit : pixabay.com

จริง ๆ ได้ประโยชน์คนละแบบนะคะ ถ้าชอบความสงบเงียบ เราก็ไปห้องสมุด แต่สิ่งที่ต้องระวัง คือ บางทีมีมุมเงียบ ๆ อ่านไปอ่านมา นักศึกษาผล็อยหลับเฝ้าพระอินทร์ไปแล้วจ้า ซึ่งตรงข้ามกับร้านกาแฟ แม้บรรยากาศจะคึกคักสลักจิตมากกว่า แต่เราจะหลับได้ยากมากค่ะ ดังนั้น ช่วงเวลากลางวัน หนูดีจึงชอบไปอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟมากกว่า ไม่งั้นอาจจะเผลอนิทราเป็น Sleeping Beauty ได้ค่ะ

Tips : ถ้าจะเข้าไปอ่านหนังสือร้านกาแฟ แต่อยากสั่งกาแฟมาดื่มด้วย ให้ดื่มก่อนบ่าย 2 นะคะ เพราะการที่เราดื่มกาแฟซึ่งมีกาเฟอีนเข้าไป กว่าร่างกายจะขับออกหมดต้องใช้เวลาเกือบ 6 ชั่วโมงเลย ถ้าดื่มหลังบ่าย 2 เสี่ยงตาสว่างนอนไม่หลับยันเช้า หน้าโรยขอบตาแพนด้าไปอีกค่ะ


7. ตอนเช้ากินอาหารเช้า vs ตอนเช้าดื่มกาแฟ

Credit : pixabay.com

ถ้าเป็นสมัยเรียน หนูดีจะกินอาหารเช้าทุกเช้าค่ะ แต่ปัจจุบันหนูดีทำ Intermittent Fasting (IF) คือนับชั่วโมงการอดอาหาร – กินอาหาร จึงทำให้อาจต้องงดมื้อเช้าไป แต่ถ้าเราอยู่ในวัยเรียน ไม่ควรงดมื้อเช้าเลยค่ะ การนั่งเรียนในห้องเลคเชอร์แบบท้องร้องโครกคราก อดอยากปากแห้งนี่ ทำให้เราเสียสมาธิได้ง่ายมาก ดังนั้น ถ้าตื่นกินข้าวไม่ทัน พกอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่โปรตีนสูงไปกินรองท้องระหว่างทางหรือกินช่วงอาจารย์เบรคก็ดีค่ะ เช่น แซนวิช, Power Ball


8. ปากกาสี vs ปากกาดำ

Credit : pixabay.com

ปากกาสีแน่นอนค่ะ ! โดยเฉพาะถ้าเราจดเป็น Mind Map จะต้องใช้สีสันเยอะมาก ปากกาสีจึงเป็น Must Have Items ที่ขาดบ่ได้เลยค่ะ


9. อ่าน E-book vs หนังสือจริง

Credit : pixabay.com

หนังสือจริงค่ะ เพราะหนูดีชอบการได้สัมผัสหนังสือ เปิดไปเปิดมา ขีดเส้นใต้ มันดูมีชีวิตชีวามากกว่า ไม่ใช่ว่า E-book ไม่ดีนะคะ เขาก็มีข้อดีตรงที่ว่าเป็น Platform การอ่าน ที่ช่วยให้เราประหยัดทรัพยากรต้นไม้ได้ดีงามมากค่ะ


10. สมุดมีเส้น vs ไม่มีเส้น

Credit : pixabay.com

สมุดไม่มีเส้นค่ะ ! เพื่อให้เอื้อต่อต่อวาด Mind Map ที่จะต้องแตกแขน – ขาออกไปและใช้เนื้อที่พอสมควร นอกจากจะสวยจนเราทบทวนได้ไม่เบื่อแล้ว ยังสร้างความอลังเล่นใหญ่ ตื่นตาตื่นใจไม่มีง่วงเวลาติวให้เพื่อน ๆ ด้วยค่ะ


11. จดเลคเชอร์เอง vs อ่านเลคเชอร์ของเพื่อน

Credit : pixabay.com

จดเองค่ะ ! การที่เราได้ฟังเอง สรุปข้อมูลออกมาเป็นตัวอักษรด้วยตัวเอง มันทำให้เราจดจำได้ดีกว่าอยู่แล้วค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าจดเองแล้วจะต้องหวงเลคเชอร์ปานจงอางหวงไข่นะคะ ถ้าแชร์กับเพื่อนได้ก็ดีค่ะ เพราะอาจมีบางประเด็นที่เราหรือเพื่อนจดพลาดไป

เรียนรู้ไปด้วยกัน

สนุกกว่าเรียนคนเดียวแบบโดดเดี่ยวเดียวดายอยู่แล้วค่ะ

นูเซสต์ขอเป็นอีก 1 กำลังใจ ให้ทุกคนไปถึง ‘เป้าหมายการเรียน’ ตามที่ฝันไว้นะคะ 🙂


วนิษา เรซ…เรื่อง

Noonniin…เขียน

กรุณาใส่ความคิดเห็น

เราจะไม่เปิดเผยอีเมลของคุณ * ช่องที่ต้องใส่ข้อมูล