การเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพลำไส้และผิวหนัง

คุณอาจเคยได้ยินเรื่องของสุขภาพลำไส้ พอจะทราบมั้ยคะว่าหมายความว่าอย่างไร คำว่า “Microbiota” หมายถึงกลุ่มของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์และก่อโรค (ไม่เป็นประโยชน์) จุลินทรีย์สามารถพบได้ในสภาพแวดล้อมที่คงที่เช่น ลำไส้ การรักษาสมดุลย์ที่ดีของแบคทีเรียในลำไส้คือการส่งเสริมให้สุขภาพร่างกายเราดีไปด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น จากการค้นคว้าวิจัยได้พบว่ามีการสื่อสารเชื่อมโยงถึงกันระหว่างจุลินทรีย์ที่พบในลำไส้กับอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เช่น สมอง ถ้าแนวคิดนี้สร้างความสับสน การนึกถึงจุลินทรีย์ในอวัยวะของมนุษย์แต่ละคนที่สื่อสารกันด้วยภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ก็อาจช่วยได้เช่นกัน การสื่อสารนี้จะชัดเจนก็ต่อเมื่อจุลินทรีย์มีความหลากหลายกับแบคทีเรียที่มีประโยชน์

ในบทความนี้จะมุ่งเน้นเรื่องบทบาทที่เชื่อมต่อระหว่างกันของลำไส้และผิวหนัง (ผิวหนังคืออวัยวะป้องกันภูมิคุ้มกันที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย) หรือที่เรียกกันว่าแกนผิวหนัง นักวิทยาศาสตร์เริ่มเข้าใจว่าจุลินทรีย์ในลำไส้มีความสำคัญต่อภูมิคุ้มกัน ฮอร์โมนและสมดุลการเผาผลาญของผิวหนัง

ลำไส้และผิวหนังมีความเชื่อมโยงกันอย่างมากกับบทบาทในการควบคุมภูมิคุ้มกันที่สำคัญ ได้แก่

  1. เป็นตัวกั้นในการป้องกันการสูญเสียน้ำและเชื้อโรค
  2. ป้องกันการเกิดการบาดเจ็บในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งความร้อน สารเคมีและรังสีอัลตร้าไวโอเลต
  3. ช่วยให้เราอยู่กับสิ่งแวดล้อมผ่านโฮสท์ของปลายประสาท
  4. ช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย
  5. ช่วยเพิ่มหน้าที่การทำงานของระบบเผาผลาญ
  6. ช่วยในการสังเคราะห์วิตามิน D

โดยการผลัดเซลล์ผิวใหม่ให้คงที่ซึ่งเป็นกระบวนการที่ผิวหนังสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ เซลล์ผิวหนังชั้นนอกเหล่านี้ได้ถูกแบ่งแยกเป็นเซลล์ 3 ประเภท ได้แก่ Basal Cells (เซลล์ต้นกำเนิด), Spinous Cells (เซลล์หนาม, เซลล์หมุน) และ Granule Cells (เซลล์เม็ด) ก่อนที่จะไปถึงชั้นนอกสุดของหนังกำพร้าหรือส่วนที่เป็นชั้นบนสุดของผิวหนัง

และนี่คือส่วนที่มาของลำไส้ เมื่อการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนของผิวหนังทำงานได้อย่างเหมาะสม เซลล์ที่แบ่งชั้นของเคราตินหนาแน่น 15 ชั้น (โดยประมาณ) ทำหน้าที่เสมือนเกราะป้องกันผิวหนังที่มีประสิทธิภาพพร้อมความสามารถในการทำหน้าที่ดังกล่าวข้างต้น กระบวนการนี้ได้รับการจัดแต่งอย่างสวยงามโดยจุลินทรีย์ในลำไส้ที่มีประสิทธิภาพทั้งหมดซึ่งอยู่ในชั้นใต้ผิวหนัง (ดูรูปด้านล่างของผิวกำพร้าและจุลินทรีย์)

การเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพลำไส้และผิวหนัง
การเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพลำไส้และผิวหนัง

พืชในลำไส้สามารถส่งผลกระทบกับผิวหนังโดยตรงได้มากขึ้นจากการลำเลียงจุลินทรีย์ในลำไส้ไปยังผิวหนัง เมื่อสิ่งกีดขวางในลำไส้ถูกรบกวน จุลินทรีย์ในลำไส้และสารเมตาโบไลต์จะเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็วเกิดการสะสมในชั้นผิวหนังทำให้ผิวหนังเกิดการเสียสมดุล ดังนั้นไมโครไบโอต้าของผิวหนังจึงเป็นส่วนสำคัญต่อสุขภาพของมนุษย์

นั่นคือสิ่งที่ดีแต่วิทยาศาสตร์จะสนับสนุนทฤษฎีนี้ได้อย่างไร กลับไปดูส่วนผสมของ Good Green Vitality ในรายละเอียดเพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่าวิธีการใช้สารอาหารในการดูแลสุขภาพของลำไส้ได้ดีที่สุดเพื่อช่วยปรับปรุงความสมบูรณ์ของผิวในทางกลับกัน

Probiotics

โพรไบโอติกส์คือแบคทีเรียชนิดที่มีประโยชน์ ช่วยเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้เพื่อช่วยในการย่อย โพรไบโอติกส์ได้รับการพิสูจน์ว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังและการอักเสบโดยการสร้างความแข็งแรงให้กับเกราะป้องกันลำไส้ ยับยั้งจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายและกระตุ้นการเพิ่มจำนวนเซลล์เยื่อบุผิว รวมถึงการสร้างความแตกต่างในการฟื้นฟูผิว ในทางตรงกันข้ามแบคทีเรียที่ก่อโรค เช่น Cutibacterium acnes คือชนิดของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสภาพผิวต่างๆ เช่น สิว แบคทีเรียชนิดที่มีประโยชน์ เช่น Lactobacillus Acidophilus และ Bifidobacterium bifidum คือโพรไบโอติกส์เฉพาะสายพันธุ์ซึ่งได้รับการพิสูจน์ว่าสามารถลดโรคผิวหนังอักเสบ สิว และ โรคภูมิแพ้ผิวหนังที่ถือว่าเป็นสภาพผิวที่พบบ่อยที่สุดได้

Zinc (สังกะสี)

มีความคล้ายกับโพรไบโอติกส์ Zinc ทำหน้าที่ในการรักษาสมดุลการอักเสบของจุลินทรีย์ทั้งในลำไส้และผิวหนัง Zinc เป็นส่วนประกอบโครงสร้างสำหรับเอนไซม์กว่า 300 ชนิดและโปรตีนชนิดต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการเพิ่มจำนวนเซลล์ การอยู่รอดและอีกหลายๆ อย่างที่ทำให้การซ่อมแซมผิวแทบเป็นไปไม่ได้หากไม่มีระดับ Zinc ที่เพียงพอ

การรบกวนการเผาผลาญของ Zinc อาจทำให้เกิดสภาวะที่มักปรากฎบนผิวหนัง ไม่น่าแปลกใจเลยที่ Zinc ปรากฎในปริมาณ 60 ug/g ในหนังกำพร้าและ 40 ug/g ในหนังแท้ (อาจเรียกได้ว่า Zinc คือสารอาหารหลักสำหรับสุขภาพผิวที่ดี)

Dietary Enzymes (เอนไซม์ในอาหาร)

Bromelain คือการผสมผสานที่ซับซ้อนของเอมไซม์โปรตีนที่สกัดจากผลไม้หรือลำต้นของสับปะรด เป็นที่ทราบกันดีว่ามีฤทธิ์ต้านอักเสบและมีผลในด้านภูมิคุ้มกันนอกเหนือจากการรักษาบาดแผล มีอิทธิพลต่อแกนของผิวหนังโดยทำหน้าที่เป็นเหมือนป้องกันการยึดเกาะและกระตุ้นเส้นทางการส่งสัญญาณสารคัดหลั่งในลำไส้

Psyllium & Slippery ELM

Psyllium และ Slippery ELM (พืชชนิดหนึ่ง) ถูกใช้ในการรักษาโรคลำไส้แปรปรวนอย่างแพร่หลาย เป็นพืชชนิดที่เป็นไฟเบอร์ละลายในน้ำ เมื่อผสมกับน้ำแล้วทั้ง Psyllium และ Slippery ELM จะกลายเป็นเมือกและเหนียวเหนอะหนะ ในฐานะที่เป็นอาหารที่เป็นประโยชน์ มันจะกลายเป็นแหล่งของเส้นใยที่ละลายน้ำได้ซึ่งจะไปช่วยเพิ่มปริมาณของอุจจาระจำนวนมาก และป้องกันทั้งอาการท้องเสียและท้องผูก จากหลักฐานแสดงให้เห็นว่าทั้ง Psyllium และ Slippery Elm ได้เพิ่มความหลากหลายของจุลินทรีย์ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยอาหาร สิ่งนี้มีความหมายต่อผิวอย่างไร สุขภาพลำไส้ที่ดีหมายถึงมีจุลินทรีย์ในลำไส้ที่เหมาะสมซึ่งมีความจำเป็นต่อการซ่อมแซมฟื้นฟูสภาพผิว ถือเป็นวงจรที่สวยงามจริงๆ

Aloe Vera (ว่านหางจระเข้)

ว่านหางจระเข้เป็นพืชที่รับรู้กันมายาวนานเป็นประวัติศาสตร์ในเรื่องของความสามารถในการรักษาความผิดปกติของผิว เช่น ไหม้ บาด แมลงกัดต่อย และผิวหนังอักเสบเป็นผื่นแดงหรือตุ่มน้ำเท่าๆ กับปัญหาเกี่ยวกับการย่อยอาหาร เนื่องจากฤทธิ์ต้านอักเสบและคุณสมบัติในการต้านจุลชีพ สมุนไพรยืนต้นชนิดนี้มีส่วนผสมที่แตกต่างกันมากกว่า 75 ชนิดรวมทั้งวิตามิน (A, C, E และ B12), เอนไซม์ (amylase, catalase และ peroxidase) และแร่ธาตุ (สังกะสี, ทองแดง, เซเลเนียม และแคลเซียม) ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ในสมุนไพรชนิดนี้ที่เป็นสมุนไพรหลักในการรักษาสุขภาพผิวที่ดี

Ginger (ขิง)

ขิง เป็นพืชที่มีความหอม มีกลิ่นฉุนด้วยรสชาติที่โดดเด่นเฉพาะตัวมีฤทธิ์ต้านอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระและมีศักยภาพในการต้านจุลชีพซึ่งสามารถช่วยในการรักษาโรคติดเชื้อภายในผิวและการย่อยอาหาร และนั่นก็เป็นเหตุผลมานานนับศตวรรษที่เรานำขิงมาใส่ในชา อาหาร และผลิตภัณฑ์ทางยา สิ่งที่สุดยอดเครื่องเทศชนิดนี้ช่วยในเรื่องของแกนผิวคือช่วยลดการอักเสบและช่วยลดเลือนริ้วรอยที่เป็นสาเหตุของความเครียดออกซิเดชั่น

6 วิธีที่จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพผิวที่ดีผ่านแกนของผิวหนังในลำไส้

  1. บริโภคอาหารจากธรรมชาติที่เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ดและโปรตีนปราศจากไขมันเพื่อเลี้ยงจุลินทรีย์ที่ดีในกระเพาะอาหารและเพิ่มแบคทีเรียที่ดีในลำไส้
  2. หากคุณมีอาการท้องผูกหรือท้องเสียโอกาสที่ลำไส้ของคุณจะทรมานและเจ็บปวดไปด้วย ซึ่งก็จะส่งผลต่อผิวเช่นกัน บริโภคอาหารที่เหมาะสมกับหน้าท้องของคุณและคุณก็จะพบอาหารที่ดีต่อผิวพรรณเช่นกัน
  3. พยายามรักษาระดับของ Zinc ให้เพียงพอต่อร่างกายอย่าให้ต่ำจนเกินไป ถ้ามีระดับต่ำจนเกินไปให้บริโภคอาหารเสริมทดแทน
  4. หากการบริโภคอาหารไม่มีคุณภาพพอ ให้บริโภค Good Green Vitality เป็นประจำเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและความหลากหลายให้แก่จุลินทรีย์ในลำไส้
  5. หากร่างกายขาดน้ำ ผิวหนังไม่สามารถขจัดสารพิษและของเสียได้ ให้ตั้งเป้าในการดื่มน้ำ 33มล/kg ตามน้ำหนักร่างกายเป็นประจำทุกวัน
  6. หากสภาพผิวยังคงอยู่ให้บริโภคอาหารเสริมที่มีโพรไบโอติกส์ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำที่ดีถึงชนิดของโพรไบโอติกส์ที่ควรบริโภคและเหมาะสมต่อร่างกาย