หนูดี วนิษา ขอแชร์ l 5 นิสัยต้องมีสำหรับคนที่ ‘อยากทำธุรกิจ’

Posted on |

ในยุคนี้ เทรนด์การเป็น ‘นายตัวเอง’ มาแรงม้ากกก คนอยากลุกขึ้นมาทำธุรกิจกันเพียบเลยล่ะค่ะ จะได้มีเวลาของตัวเอง ไม่ต้องรีบวิ่งตาตื่นไปเข้างานตามเวลากำหนด

แต่ความจริงก็คือ ยิ่งอัพเลเวลจาก “พนักงาน” มาเป็น “เจ้าของกิจการ” ยิ่งสูงยิ่งหนาวนั้นเป็นเรื่องจริง เราจะต้องแก้ปัญหาเยอะมากขึ้น ความเสี่ยงมากขึ้น ต้องเรียนรู้มากขึ้น

และต้องมีนิสัย 5 ข้อที่หนูดีอยากแชร์ไว้เลยค่ะ…


1) ฝึกทำสิ่งที่ยาก

Cr.Pixabay.com

ถ้างานอะไรที่ยาก ให้เราทำสิ่งนั้นให้สำเร็จก่อนค่ะไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ทำงานหรือช่วงเรียน

เราต้องไม่กลัวที่จะทำสิ่งที่ยาก

มีคำคมหนึ่งที่หนูดีเคยอ่านเจอ เขาบอกว่า

ถ้าเราทำสิ่งที่ยาก เราจะมีชีวิตที่ง่าย แต่ถ้าเราทำสิ่งที่ง่าย เราจะมีชีวิตที่ยาก

ตัวอย่างเช่น เมื่อเราเริ่มทำธุรกิจ ก็พุ่งเข้ามาไปดูแลในส่วนที่ยาก ๆ ก่อนเลยค่ะ เช่น โครงสร้างธุรกิจ การเงิน การวางแผนภาษี การดูแลสินค้าตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ฯลฯ

เมื่อทำในสิ่งที่ยากก่อน ชีวิตการทำงานจะง่ายขึ้น ปัญหาจะลดลง

ถ้าเราทำอะไรชุ่ย ๆง่าย ๆ ก็จะนำพาตัวเราไปเจอปัญหาปลายทางอีกมากมายเลยค่ะ


2) ต้องวางแผน 3-4 สเต็ปล่วงหน้าไปเลย

เช่น เมื่อเราต้องทำธุรกิจนำเข้าสินค้าอะไรสักอย่าง ให้คิดไว้เลยค่ะว่า จะต้องนำเข้ามาอย่างไร ด้วยวิธีไหน ดูแลสินค้ายังไง เข้าเมืองไทยแล้วจะจัดส่งยังไง ทำการตลาดยังไง ฯลฯ

คนทำธุรกิจต้องมองเห็นอนาคตได้มากไกลมากและและคิดได้รอบคอบ

ถ้ามองแค่สั้น ๆ ปัญหาจะเกิดขึ้นตลอดเส้นทางเลยค่ะ (ขนาดมองยาว ๆ และรอบด้านก็ยังมีโอกาสเกิดปัญหาได้เลย)

นิสัยนี้เห็นได้ชัดจากในหลาย ๆ ธุรกิจเกิดใหม่ ที่แม้จะรุ่ง (ช่วงแรก) แต่ไปไม่รอดเพราะปัญหาหลักเลย คือ ผู้บริหารไม่ได้มองในระยะยาวและไม่ได้วางแผนอย่างครอบคลุมรอบด้าน ไม่ได้วางแผนหลาย ๆ สเต็ป จึงทำให้เกิดปัญหาคาราคาซังหลายอย่างตามมาและต้องปิดกิจการไปในที่สุดค่ะ


3) วางแผนสำรอง

Cr.Pixabay.com

ต้องคิดไว้เสมอว่า ถ้าใช้แผน 1 ไม่เวิร์ค ผู้บริหารต้องวางแผน 2-3-4 รอไว้เลย

เช่น เราทำธุรกิจนำเที่ยว ต้องพาลูกทัวร์ไปเที่ยวชมทัชมาฮาล แต่แล้ววันนั้นโชคร้ายฝนเกิดตกหนัก ลูกทัวร์ถ่ายรูปไม่ได้เลย เราจะต้องทำยังไงเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน

นิสัยฝึกคิดแผนสำรองไว้หลาย ๆ ทาง ส่งผลดีมาก ๆ ตรงที่เมื่อเกิดปัญหาแล้ว เราจะได้ไม่ต้องตกใจหรือ Panic เกินไป เพราะเราไม่ได้มีแค่ ‘ทางออกเดียว’ ค่ะ


4) ต้องมี Growth mind Set

Cr.pixabay.com

ตรงข้ามกับ Fixed Mind Set ค่ะ

เพราะ Growth mind Set คือ คนที่มีความเชื่อว่า “ฉันจะพัฒนาตัวเองตลอด” ไม่รู้อ่าน อ่านไม่เจอดู YouTube ถ้าดู YouTube ไม่มีก็ถามผู้รู้ ถ้าคนรอบตัวไม่มีใครแชร์เราได้ก็ไปลงคอร์สเรียนเลย

เพราะสิ่งที่จะบ่งบอกว่า เราจะไม่อับจนหนทาง เติบโตต่อได้เรื่อย ๆ

คือ การที่เราได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาค่ะ


5) อยู่กับความไม่แน่นอนในชีวิตได้

เช่น บางคนพอเกิดเหตุอะไรก็เสียขวัญ ใจหายใจคว่ำทำอะไรไม่ถูก

แต่อย่าลืมว่า เมื่อเราเป็นเจ้าของธุรกิจ เราจะลาออกไม่ได้นะคะ เกิดปัญหาก็ต้องอยู่ ถ้าใจไม่แข็ง จิตไม่สงบ ไม่ควรทำธุรกิจของตัวเองเลย

เพราะนอกจากความรู้ เงินทุน เวลา คอนเนคชั่นที่ต้องพร้อมในการทำธุรกิจแล้ว การฝึกใจให้สงบท่ามกลางความแปรปรวนก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ เมื่อใจเราสงบพอ หนักแน่นพอ เราจะมีสมองที่สดใสพอที่จะแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้แน่นอน

สุดท้ายนี้ หนูดีอยากฝากไว้ว่า การเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว คือ การมีปัญหาให้แก้ทุกวัน ถ้าคุณไม่เจอะปัญหาเลย เป็นไปได้ว่าคุณกำลังหนีปัญหาอยู่

แม้เราจะเก่งมาก ๆ แต่การทำธุรกิจจะอาศัยแค่ “ความเก่ง” ไม่ได้

เราต้องใจแข็ง ใจเด็ด และใจสงบพอที่จะรับมือในทุก ๆ ปัญหาและดำเนินมันต่อไปค่ะ.

 

กรุณาใส่ความคิดเห็น

เราจะไม่เปิดเผยอีเมลของคุณ * ช่องที่ต้องใส่ข้อมูล