วัยสร้างตัวต้องอ่าน ! หนูดีขอแชร์ 4 ข้อต้องรู้ เมื่อฉัน ‘ทำงาน’ มากกว่า 1 อาชีพ

Posted on |

ทุกวันนี้การทำงานอาชีพมากกว่า 1 อาชีพไม่ใช่เรื่องแปลกค่ะ บางคนเป็นหมอด้วยและเป็นนักเขียนด้วย บางคนเป็นสถาปนิกด้วยและเป็นเจ้าของโฮมสเตย์ด้วย อย่างตัวหนูดีเองก็เป็นครู เป็นนักเขียน เป็นดีเจ เป็นนักบรรยายและบางครั้งก็ถ่ายโฆษณาด้วย

Cr.Pixabay.com

สำหรับอาชีพของหนูดี จะมีหลายทักษะที่ใช้คาบเกี่ยวกัน เช่น การเป็นครูกับเป็นนักเขียน เราก็ใช้ทักษะการสื่อสารและใช้ทักษะการครีเอทีฟเหมือนกัน การเป็นดีเจหรือเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ เราก็ต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ดีมากเพื่อที่จะทำงานร่วมกับทีมงานได้ รวมถึงต้องฝึกการสื่อสารเชิงบวกให้ตัวเอง ก็เป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้ค่ะ

สำหรับหนูดีมองว่า การทำมากกว่า 1 อาชีพนั้น ถ้าเป็นไปได้ก็น่าลองทำค่ะ เป็นการสร้างกำไรให้ชีวิต สร้างประสบการณ์ สร้างเงิน สร้างความหลากหลายในคอนเนคชั่น ถ้ามันไม่เครียดเกินไปก็อยากให้ลองทำดู

Cr.Pixabay.com

และเมื่อเราทำมากกว่าหนึ่งอาชีพ ความรับผิดชอบย่อมเพิ่มขึ้น ผู้คนในชีวิตย่อมหลากหลายมากยิ่งขึ้น

หนูดีจึงอยากแชร์ 4 ข้อสำหรับผู้ที่อยากทำและเริ่มทำมากกว่า 1 อาชีพเผื่อจะนำไปปรับใช้กันได้นะคะ

1) มีอารมณ์ขันและอารมณ์ดี

ไม่ต้องลั้ลลาตลอดเวลาก็ได้ แต่ให้คนที่ทำงานกับเราเขาไม่ต้องกังวลว่าเราจะแผ่รังสีอัมหิตไปถึงเขาไหม เมื่อเราทำงานหลายอาชีพ ไม่ว่าจะขายของ ทำธุรกิจเพิ่ม ความเข้าใจเวลาเจอคนหลากหลายเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ บางครั้งก็ต้องเจอคนที่เราไม่ชอบ แต่เราก็ต้องเป็นมืออาชีพ อย่าทำหน้าหงุดหงิดให้บรรยากาศน่าลำบากใจค่ะ

Cr.Pixabay.com

2) เลือกทักษะที่เราชอบ

ถ้าอยากเริ่มทำมากกว่า 1 อาชีพ ลองเริ่มต้นจากทักษะที่เราชอบและทำได้ดีก็ได้ค่ะ เช่น หนูดีเองชอบแชร์ความรู้ มองเห็นว่าเรามีความรู้อยู่ในมือ จะแชร์ไป platform ไหนก็ได้ ผ่านการเป็นยูทูปเบอร์ นักเขียน ดีเจ ฯลฯ

3) อย่ากดดันตัวเองมากไป

แอ็คทีฟกับบ้างานต่างกันมากนะคะ เราขยันได้ แต่อย่าวิ่งรอก อย่าสัญญาอะไรเยอะจนเวลางานมาเบียดเบียนสุขภาพของเราและเวลาที่ต้องใช้กับคนรอบข้าง ไม่เวิร์คค่ะ

Cr.Pixabay.com

4) อย่าคิดว่าทำเพื่อโชว์ใคร

อย่าคิดว่าเราจะทำหลาย ๆ อาชีพเพื่อโชว์พาวใส่ใครหรืออวดใคร  ตัวหนูดีเองสมัยอายุน้อย ๆ ก็ได้ลองทำหลายอย่าง พอเราโตขึ้น เราเลือกเก็บเฉพาะโอกาสที่ใช่ก็พอแล้วค่ะ เลือกทำเพราะมันมีความหมายกับเรา

และถ้ามีโอกาสผ่านเข้ามาในชีวิตแบบไม่ได้เดือดร้อนใคร ไม่แปลกที่เราจะอยากลองทำค่ะ ที่สำคัญ ผู้ปกครองของนักเรียนในโรงเรียนหนูดีเคยกล่าวไว้ค่ะว่า รถเมล์ไม่มาจอดหน้าบ้านเราหรอก ต้องเดินออกไปที่ป้ายรถเมล์

นั่นแปลว่า หากอยากก้าวหน้า เรานี่แหละต้องสร้างโอกาสให้กับตัวเรา ‘ด้วยตัวเราเอง’.


หนูดี วนิษา…เรื่อง

นุ่นนิ่น ภัทราพร…เขียน

กรุณาใส่ความคิดเห็น

เราจะไม่เปิดเผยอีเมลของคุณ * ช่องที่ต้องใส่ข้อมูล