ผิดหวังพังทั้งใจ ! ‘หนูดี วนิษา’ รับมือและจัดการมันอย่างไร ต้องอ่าน !!

Posted on |

ทุกคนต้องเจอความผิดหวังค่ะ ยังไงเราก็หนีความผิดหวังไม่ได้

แต่เราจะมีความสุขได้
ขึ้นอยู่กับว่าเรารับมือกับมันยังไง

ความผิดหวังมาในหลายรูปแบบในชีวิตค่ะ…

เช่น สอบ 2-3 รอบก็ไม่ติดมหาวิทยาลัยที่ชอบ, ดูแลสุขภาพดีมากแต่สุดท้ายไปตรวจร่างกายแล้วตรวจเจอมะเร็ง แม้กระทั่งซื้อของออนไลน์แล้วรูปไม่ตรงปก เราก็ผิดหวังกับมันได้เช่นกัน ฯลฯ

บางคนคาดหวังสูง ก็ผิดหวังสูง เราผิดหวังกันได้ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ จนไปถึงเรื่องใหญ่ในชีวิต

ต้องขอบอกก่อนแชร์ Tips ว่า เรารับมือกับความผิดหวังได้

➡️ ยกเว้น: 
– ความผิดหวังในเคสของการสูญเสียคนที่รัก
– ถูกล่วงละเมิด
– ความเสียใจมาก ๆ ที่เสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า

ต้องพบจิตแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องนะคะ

และนี่ก็คือ 5 วิธีในการรับมือเรื่องความผิดหวังและเสียใจของหนูดีค่ะ


1) รู้สึกได้แต่ต้องถอยออกมามอง

สมองเราฉลาดมากค่ะ
รู้สึกได้ด้วย
และอนุญาตให้เรา

“ถอยออกมามอง” ก็ได้ด้วย

หรือเป็นกระบวนการที่เรียกว่า เมตาคอกนิชัน = Thinking about thinking

นั่นหมายถึง ลองถอยตัวเองออกมาจากความรู้สึกนั้น

ทำเหมือนเราเป็นคนนอก มองเห็นความผิดหวัง…
แต่ไม่ต้องเป็น

ซึ่งฝึกได้ผ่านการวิปัสสนาค่ะ

Cr.Pixabay.com

เมื่อต้องพบเจอความผิดหวัง เราจะได้ไม่ต้องทุรนทุรายมากเกินไป

คิดง่าย ๆ ว่า
เมื่อมีความทุกข์
จงมองเห็น
แต่อย่าเล่นกับมันเยอะ

ตัดตัวเองเลยค่ะ 
เช่น มีคนมาว่าเรา 
เรารับรู้แล้วนะ 
แต่ให้ตัดใจออกไปเลย
ด้วยการ “เปลี่ยนกิจกรรม” ไปทำอย่างอื่นค่ะ

ไม่ว่าจะเป็นไปอ่านหนังสือ ไปออกกำลังกาย ฯลฯ

การทำแบบนี้ จะเป็นการตัดวงจรแห่งการจมดิ่งสู่ห้วงความทุกข์

และถ้าสงสัยว่า ทำแบบนี้จะช่วยอะไร อ่านต่อข้อ 2 เลยค่ะ


2) ไปทำอย่างอื่นเพิ่มพลังให้ใจ by หลวงปู่ติช นัท ฮันห์

ถ้าเราเสียใจมาก ๆ
พลังในตัวเราจะอ่อนมาก ๆ

ดังนั้น ให้เราไปทำกิจกรรมอย่างอื่นเพื่อเป็นการเพิ่มพลังให้ใจ ไม่ให้ใจเราจมดิ่งค่ะ

เช่น ไปคุยกับคนที่เรารัก อ่านหนังสือ ไปทำกิจกรรมดี ๆ

“เพื่อเพิ่มพลังในใจ”

แล้วเอากำลังใจนั้น
มาแก้ปัญหา

Cr.Pixabay.com

แรกๆ ก็ทำยากมากกกก
แต่พอฝึกไปเรื่อย ๆ

ทุกอย่างจะอยู่ที่ “ความเคยชิน” นะคะ

หนูดีเองเวลาที่เสียใจมาก ๆ จะบอกตัวเองว่า

“ตอนนี้พลังใจตกมากเลยนะ ไปดูต้นไม้ก่อน ไปรดน้ำแคคตัสสักครึ่งชั่วโมง”

แน่นอน…ความเสียใจ
มันจะยังไม่หายไปในทันทีค่ะ

เราเสียใจได้…แต่ต้องไม่หลอกตัวเอง

ให้เวลามันฟื้นฟูและเยียวยาความรู้สึกของเราบ้าง

พอเรามีพลังใจเยอะแล้ว
ก็นำพลังใจนั้นกลับไป
“แก้ไขปัญหาด้วยสติ”

จะไม่พุ่งเข้าไปแก้ปัญหา
ทั้ง ๆ ที่เรายังเสียอกเสียใจค่ะ

ยอมทิ้งช่วง…ให้ใจเราสงบสักนิดนึง


3) ส่วนใหญ่เราจะผิดหวังเรื่องเดียว เราจึงต้องหัดมองภาพรวมของชีวิตบ้าง

เช่น การงานดีแต่อกหัก เรียนเก่งมากเกรดดีทุกวิชาแต่ดันสอบตกไปวิชานึง ฯลฯ

แม้จะเจอเรื่องผิดหวัง
ให้ลองบอกตัวเองว่า

“เรื่องนี้ผิดหวัง แต่เรื่องอื่นมันดีมากเลยนะ”

ให้รู้จักหัดมองภาพรวม ภาพใหญ่ เราจะพบว่า เรามักจะผิดหวังได้แค่ทีละเรื่อง

แล้วเรื่องที่ผิดหวัง
อาจเป็นจุดที่เล็กที่สุดก็ได้

แต่เพราะใจเรา
ไปจดจ่อแต่กับเรื่องที่ผิดหวัง

เราจึงคิดว่า
อะไร ๆ ก็ช่างเลวร้ายไปหมด แล้วเราอาจจะทำร้ายตัวเอง
ด้วยเรื่องเล็ก ๆ ก็ได้

Credit : pixabay.com

ซึ่งบางเรื่องมองย้อนกลับไป 5 ปี 10 ปี เราอาจจะลืมเรื่องนั้นไปแล้วก็ได้

หนูดีเคยสัมภาษณ์คุณตระการ เชนศรี ผู้อำนวยการของสะมาริตันส์ไทย

ซึ่งได้มีโอกาสอ่านข้อมูลของคนที่ “กระโดดสะพานฆ่าตัวตาย” ในสหรัฐอเมริกา

ทุกคนที่กระโดดแล้วรอดชีวิต (จริง ๆ คือ อัตราการรอดน้อยมาก)

ทุกคนดีใจหมดเลยที่ตัวเองไม่ตาย และทุกคนเห็นตรงกันทั้ง 100% ว่า

ที่ตัดสินใจฆ่าตัวตาย เป็นการคิดแค่ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ จริง ๆ

และหลาย ๆ คนในเคสนี้พูดเลยว่า

ช่วงเวลาที่เขาปล่อยมือจากสะพานแต่ตัวยังไม่ถึงพื้นน้ำ นาทีนั้นเขาคิดกับตัวเองเลยว่า “เขาตัดสินใจผิด”

ดังนั้น หนูดีเลยอยากให้ฝึกมองภาพรวม มากกว่าไปโฟกัสเรื่องเล็ก ๆ ที่บางทีมันเล็กจริง ๆ

ไม่ว่าจะเป็นโดนทิ้ง โดนปฏิเสธ ขาดทุน สูญเสียเงินทอง

แต่เชื่อไหมคะว่า มีคนอีกจำนวนไม่น้อย ที่เคยสูญเสียทุกอย่าง และสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วยกำลังใจดี ๆ  จากตัวเขาเองค่ะ


4) ผิดหวังเรื่องไหน ให้ลองใหม่อีกครั้ง

เช่น คนเคยสอบชิงทุนแล้วพลาด ก็ให้ลองใหม่ได้ หรือคนเคยแต่งงานแล้วหย่าร้าง เขาก็มีโอกาสเจอรักครั้งใหม่แล้วแต่งงานอีกครั้งได้

“ถ้าเคยพลาดหนนึง 
เราจะเรียนรู้ได้ 
แล้วหนถัดไป
เราก็คงจะทำได้ดีกว่าเดิม เพราะเราเคยเรียนรู้ไปแล้ว”

เพราะฉะนั้น เวลาหนูดีเห็นคนเคยหย่าร้างแล้วมีรักครั้งใหม่ หนูดีจะยินดีด้วยทุกครั้ง

หนูดีคิดว่า “เราไม่ควรกลัวจนไม่กล้าทำอะไรอีกเลย”

Cr.Pixabay.com

ถ้าเราเคยพลาด
แล้วกลับมาลองใหม่อีกครั้งในเรื่องเดิม
เรามักจะไม่กลับมาวนลูปเดิมหรอกค่ะ

ตรงกันข้าม
เราจะกลับมาด้วยความฉลาดมากขึ้น
ด้วยความมั่นใจมากขึ้น

ถ้าเราเคยผิดหวังเรื่องอะไร
แล้วยังอยากได้สิ่งนั้นอยู่
ก็ควรที่จะ “ลองทำมันอีกครั้ง”
โดยไม่ต้องกลัวมากเกินไปค่ะ


5) กลับมาที่ตัวเองปรับ “ความคาดหวัง”

บางทีเราคาดหวังมาก เราก็ผิดหวังมาก

ไม่ได้จะบอกว่า  “ความคาดหวัง”
เป็นสิ่งไม่ดีนะคะ

แต่บางทีเราก็คาดหวังกับสิ่งที่เราไม่สมควรจะได้รับ

เช่น ชนะลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 (โอกาสเฮงต่ำมากก) ทำงานน้อย…แต่อยากรวย ฯลฯ

การคาดหวังไม่ผิดค่ะ 
แต่บางทีเราคาดหวังเกินกว่า “พลังงาน” ที่เราใส่เข้าไป 
และก็มีแนวโน้มสูง
ที่เราจะผิดหวังและเสียใจ

เช่น ท่องหนังสือน้อย แต่หวังจะสอบเข้าคณะที่คะแนนสูง ๆ …มันก็ลำบาก

โดยเฉพาะ “ความรัก”
เป็นเรื่องที่คุณต้องเผื่อใจมากที่สุด

เพราะเป็นเรื่องที่คุณ
ไม่สามารถคาดหวัง outcome จากมันได้
เพราะมันเป็นเรื่องของ
“ใจมนุษย์”

เป็นการลงทุน
ที่ไม่อาจได้ ‘ผลตอบแทน’ เสมอไป

สุดท้ายนี้ หนูดีขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังผิดหวังนะคะยังมีเพื่อน ๆ ร่วมทางที่ “ผิดหวัง” เหมือนเราอีกเยอะ

เพราะนั่นไม่ใช่ความผิดหวังครั้งแรกและไม่ใช่ความผิดหวัง ‘ครั้งสุดท้าย’ เช่นกัน 
มันเป็นเรื่องปกติของการมีชีวิต สำคัญคือ การอยู่ให้เป็นมากขึ้น ไม่ทุกข์ทรมานจนเกินไป

ยิ่งเราเจอความผิดหวังบ่อยเท่าไหร่ เราก็ยิ่งรับมือได้เก่งมากขึ้นเท่านั้นค่ะ.


หนูดี วนิษา เรซ…เรื่อง

นุ่นนิ่น ภัทราพร…เขียน