ทริปพิเศษกับนูเซสต์ l เที่ยว ‘วากายาม่า’ แบบวีแกน ไม่ต้องยืนงงในดงปลาดิบ !

Posted on |

โอฮาโยค่ะแฟน ๆ นูเซสต์ทุกท่าน 🙂 สำหรับใครที่รับประทานวีแกน เจ มังสวิรัติ อาจจะกังวลนะคะว่า เวลาไปต่างแดนจะอยู่ยากมั้ย ใช้พลังงานเยอะ ๆ จะขาดโปรตีนหรือเปล่า ? เชิญสดับรับเคล็ดลับจาก หนูดี วนิษา เรซ

เธอคือผู้รอดจากการ ‘งดทานเนื้อ’ ในดงปลาดิบมาได้แบบเฉียดฉิวค่ะ !


ผิดคาดสุด ! ใครว่าท่องแดนปลาดิบแล้วอาหาร Plant Based หาง่าย ?

“หนูดีนึกภาพว่า ถ้าไปญี่ปุ่นจะต้องหาสไตล์อาหารญี่ปุ่นสไตล์เน้นพืชได้ง่ายมาก เพราะเรามีภาพว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ตรงข้ามเลย ! เพราะคนญี่ปุ่นแทบทุกมื้อจะต้องมีอาหารที่มีเนื้อสัตว์ นมวัว หรือไข่ ปลา หาอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ปะปนเลยพูดได้เลยว่ายากมาก

ความโชคดีที่ตอนขึ้นเขาโคยะซังเนี่ย เครือข่ายวัดบนเขาโคยะซังเป็นวัดที่กิน Vegan Plants Based ทั้งหมดวัดก็คือกินเจกันหมดเลยทีเดียว เราก็แบบรอดตัวไป นอกจากนั้นถ้าต้องการโปรตีนเสริมก็ต้องโปรตีนชงอย่างเดียว เพราะว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ ‘อาหารไม่มีเนื้อสัตว์’ หายากมาก แทบจะไม่มีอะไรชดเชยเลย คนที่บอกว่าประเทศญี่ปุ่นมีเต้าหู้ มีมิโซะ มันไม่ได้เยอะขนาดนั้นค่ะ”

โห…พีคมาก แล้วหนูดีแก้ปัญหายังไงคะ ?

“ถ้าใครไปประเทศญี่ปุ่นแล้วคิดที่จะกิน Vegan Plants Based หรือเจเนี่ย ควรพก ‘โปรตีนชง’ ไปเลย และเวลาไปร้านอาหารตามสั่งทั่วไป ให้สั่งแบบตัดเนื้อสัตว์ ตัดนม ตัดไข่ ตัดชีสต์ออก แล้วก็เน้นกินผักผลไม้และเสริมโปรตีนด้วยโปรตีนชงถึงจะรอด ไม่งั้นอยู่ในญี่ปุ่นอาจจะไม่รอด นั่นล่ะค่ะประสบการณ์อันลำบากลำบนในประเทศญี่ปุ่น”

บางคนจะคิดว่าต้องดื่มโปรตีนชงหลังออกกำลังกาย แต่เวลาไปเที่ยวนี่เราควรดื่มยังไงคะ ?

“ส่วนใหญ่จะดื่มตอนเช้าเพื่อความสบายใจค่ะ ว่าเรากินโปรตีนตอนเช้าแล้วหรือถ้าวันไหนรู้เลยว่า ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา เรากินเป็นผัก ผลไม้ กินข้าว เป็นมันหวานซะเยอะ ไม่มีเต้าหู้หรือมิโซะ หรือเท็มเป้ ตอนเย็นเราก็สามารถเชค (shake) นูเซสต์ในตอนเย็นได้ด้วย เพราะอยากจะบอกว่าไปประเทศไหนก็ตาม หาผลไม้ข้าว มันหวาน กินง่ายมาก แต่ถ้าเป็นโปรตีนจากพืชหรือต้องการเป็นอาหารครบส่วน แล้วไปจู้จี้จุกจิกในประเทศต่าง ๆ ในระหว่างเดินทาง บอกได้เลยว่ายาก ! เราต้องมีการวางแผนตัวเราเองค่ะ

การกินโปรตีนไม่ได้มีข้อจำกัดว่า ต้องกินแบบมื้ออาหารหรือว่าต้องกินตามเวลานั้นเวลานี้ คือ ในระหว่างวันกินให้พอก็คือจบ จะเช้า สาย บ่าย เย็น ไม่มีปัญหา ขอให้อยู่ในช่วงวันนั้น ก็ไม่มีปัญหาอะไร มันไม่เหมือนกับชีสหรือนมวัว เมื่อก่อนหนูดีกินชีส กินนมวัวเยอะมาก แล้วเข้านอนเลย กลายเป็นภาวะกรดไหลย้อน แต่กับนูเซสต์จะไม่เป็น เพราะฉะนั้นเวลาเย็น ๆ เราก็จะกลับมาโรงแรมแล้วเชค (shake) กินเลยก็ได้ ไม่มีปัญหาเรื่องกรดไหลย้อน เพราะว่ามันย่อยง่าย”

สำหรับทริปวากายาม่า พกนูเซสต์รสอะไรไปเที่ยวด้วยคะ ?

“ก็จะพกนูเซสต์ พร้อมกับแก้วเชค (Nuzest Shake) แล้วแต่ว่าครั้งนั้นต้องการกินรสอะไร ส่วนใหญ่จะพกไป 2 รส ก็คือ รสที่ไม่มีกาเฟอีนและรสที่มีกาเฟอีน เพราะว่าหนูดีชอบกินกาแฟเย็น ก็จะมีรสกาแฟไปด้วยแน่นอนยืนพื้นทุกทริปเลย อีกอันก็จะเป็นวานิลลา แล้วก็เวลาเชคก็จะมีแก้วเชคของนูเซสต์ที่ใส่กับน้ำเย็นกับน้ำแข็ง อันนี้สามารถดื่มตอนเช้าได้ สองรสนี้เมื่อดื่มกับน้ำเย็นหรือน้ำแข็งแล้วรู้สึกว่าอร่อยค่ะ”

How to อยากพก ‘โปรตีนนูเซสต์’ ไปด้วยแต่กลัวหนักกระเป๋า

“หนูดีจะพกกระปุกเล็ก หรือพกเป็นซองไป จะดีมาก สะดวกมาก แล้วก็มีแก้วเชค หรือบางทีเอาแบบง่ายๆ ก็คือสามารถตักผงมาแล้วก็ใส่ Tupperware จากไทยแล้วก็โยนใส่กระเป๋าไปเลย แต่ถ้าไปประมาณ2 อาทิตย์ พกนูเซสต์กระปุกเล็กก็กำลังดีนะคะ เพราะบางทีเราเชคดื่มเช้า – เย็น

แล้วจะบอกว่าแก้วเชคนูเซสต์คือดีมาก บางทีหนูดีไปร้านกาแฟ ซื้ออเมริกาโน่เย็น ก็ใช้แก้วนูเซสต์ไปเลย เพราะว่ามันเป็นแก้วพลาสติกที่ใช้ซ้ำได้ ก็ใช้อันนี้ หรือว่าบางทีซื้อน้ำปั่นผลไม้ก็ใส่แก้วนูเซสต์เลย ทุกร้านก็ให้ความร่วมมือดีค่ะ”

Save world Save Environment = แรงบันดาลใจที่ได้จากทริปวากายาม่า

“ประทับใจตรงวัดบนเขา เพราะมีโอกาสเห็นไลฟ์สไตล์สมัยโบราณ เป็นวัดป่าที่สงบจริง ๆ  หนูดีไม่เคยเห็นวัดป่าในเมืองหนาว แต่เคยเห็นแต่วัดป่าในเมืองไทยแถวอีสาน แล้วพอไปถึงวัดป่าแถวโคยะซัง สิ่งที่ประทับใจหนูดีมาก เป็นแรงบันดาลใจในการทำงาน คือ การเก็บรักษาป่า เพราะว่าวัดป่าตรงนี้ มันเป็นการอนุรักษ์ต้นสนสมัยโบราณที่เขาอยู่มาเป็นพันปี แล้วเวลาที่บริจาคเงินเข้าวัดในเครือข่ายวัดนี้คือเป็นพื้นที่ที่ใหญ่มากบนเขา เขาพูดเลยว่า เงินนี้นอกจากที่ได้ใช้ในการทำนุบำรุงวัดแล้วเนี่ย ยังใช้ในการรักษาป่าต้นน้ำแถววัดตรงนี้

แล้วตัวหนูดีที่อยากกิน Plants Based ก็เพราะว่าอยากรักษาสภาพแวดล้อม การกินผัก กินถั่ว กินเต้าหู้ มันช่วยให้เราลดภาวะโลกร้อนและลดล้างการผลาญทรัพยากร และก็ทำให้เราไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่าเพื่อเคลียร์พื้นที่มาทำปศุสัตว์ ก็เลยเกิดเป็นแรงบันดาลใจว่า มันมีวิถีชีวิตหนึ่งที่แบบลดการเบียดเบียนธรรมชาติ มีชีวิตที่ใกล้ธรรมชาติ แล้วก็มีการพัฒนาจิตใจตัวเอง คือ ใช้ชีวิตอยู่กับความสงบ เป็นชีวิตที่ติดดิน เป็นชีวิตที่เรียล (real) เป็นชีวิตที่ไม่ฟุ้งเฟ้อไม่ตามกระแสสังคม”

“อีกอันที่ประทับใจคือ มีโอกาสได้ขับรถไฮบริดจ์เป็นครั้งแรกอย่างจริงจัง แล้วหนูดีขับรถทั่ววากายาม่า ออกจากตัวเมือง ขับเลียบทะเล ขับขึ้นเขาประมาณ 10 วัน แต่ว่าไม่ต้องเติมน้ำมันเลย คือมัน Amazing มาก เราขับกันไกลมาก ขับเป็นร้อยกิโลเมตร แต่ว่าวนกลับมาในเมืองอีกรอบถึงเติมน้ำมันก่อนคืนรถเช่า ก็เลยเป็นแรงบันดาลใจว่า หลังจากนี้อยากจะเปลี่ยนรถเป็น Eco-car มากขึ้น แล้วก็คงจะต้องบ๊ายบายกับลูกรักที่ใช้มาเป็นเวลานาน ทั้ง ๆ ที่หนูดีรักรถตัวเอง แต่ว่ารถหนูดีเป็นรถดีเซล ก็เลยถึงจุดที่แบบอนาคตจะเปลี่ยนรถเป็น Eco-car เพื่อเป็นอีกส่วนที่แบบช่วยลดเรื่องฝุ่นพิษ เพราะรถทั่วไปทำให้เกิดแก๊สเรือนกระจกค่ะ”

สำหรับแฟน ๆ ท่านใดที่พกนูเซสต์ไปเที่ยวด้วย อย่าลืมถ่ายรูปมาอวดทีมงานกันบ้างนะคะ

เราจะรอดูรูปสวย ๆ ที่ท่าน้ำทุกวันเลยค่ะ อิอิ

บทความภาคต่อ เราจะมาดูกันว่า เวลาเดินทางต่างประเทศ หนูดีพกอะไรไปบ้างและทำไมต้องห้ามขาดโปรตีนเวลาไปเที่ยว ! คลิกอ่านได้ที่นี่เลยนะคะ

ขอบพระคุณค่ะ 🙂


หนูดี วนิษา เรซ…เรื่อง

นุ่นนิ่น ภัทราพร…เขียน + เรียบเรียง