คนพิเศษของนูเซสต์ l ‘คุณโอ๋ นิชานันท์’ กับเส้นทางมนุษย์แม่ที่ขอสุขภาพดีเพื่อลูก

Posted on |

หมดยุคทำงานบ้าน – เลี้ยงลูกแบบยุค ‘แม่นาคพระโขนง’ แล้วค่ะ ! บอกเลยว่าแม่สมัย 4.0 ต้อง เป็นทุกอย่าง ให้ลูกจริง ๆ  เช่นเดียวกับ คุณโอ๋ นันท์นิชา โชติอมรพันธุ์ คนพิเศษ (Special Guest) ของนูเซสต์ ที่เป็นทั้งมาดามร้อยล้าน ดูแลธุรกิจจัดจำหน่ายอาหารเสริมทางเคเบิ้ลจานดำซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัว เมื่อถอดหมวกมาดามออก ก็เป็นคุณแม่ลูกสามที่บาลานซ์ชีวิตทุกด้านได้น่าทึ่งมากทีเดียว

คุณแม่คนไหนกำลังเหนื่อยแสนเหนื่อย…กับเส้นทางมนุษย์แม่

ขอให้อ่านบทสัมภาษณ์ของคุณโอ๋บทนี้ มันดีต่อใจแม่จริง ๆ ค่ะ 🙂

อัปเดตชีวิตหน่อยค่ะคุณแม่ลูกสาม ช่วงนี้ทำอะไรบ้างคะ ?

“ช่วงนี้หลัก ๆ เลยก็ขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนะคะ ก็จะเป็นสาหร่ายแดง ธุรกิจที่บ้านก็จะเป็นจานดาวเทียมจานดำน่ะค่ะ ซื้อเวลาแล้วก็จะมีคนโทร.เข้ามาเวลาที่เราออนแอร์  ส่วนตัวพี่เองก็ขายนู่นขายนี่นิดหน่อย มีอะไรอยากขายก็ขาย โลชั่น สบู่ ก๊อก ๆ แก๊ก ๆ สนุก ๆ ไป ก็สต๊อกของซื้อมาขายไป ขายออนไลน์แต่ไม่ได้จริงจัง ทำเล่นๆ เป็นค่าขนมลูก แล้วก็จะมีเสื้อผ้าไซส์ใหญ่ที่รับจากเพื่อนมาแล้วก็ขายบ้างอะไรอย่างนี้ค่ะ”

ทำงานเยอะขนาดนี้ เป็นที่มาของฉายา ‘มาดามร้อยล้าน’ หรือเปล่าคะ ?

“พี่แฮชแท็กตัวเองไว้ (หัวเราะ) มีที่มา คือ พี่เอื้อง สาลินี ปันยารชุน พี่เคยไปทำธุรกิจกับแก ร่วมธุรกิจด้วยกันอะไรอย่างนี้ ช่วงนั้นน่ะพี่บอกขายบ้าน บ้านหลังที่พี่อยู่นี่แหละ 168 ล้าน ตอนนี้ก็ยังขายอยู่นะ (หัวเราะ) ก็มีคนมาดูอยู่เรื่อย ๆ ค่ะ พี่เอื้องแกก็เลยเรียกมาดามร้อยล้าน เวลาแกเจอใครแกก็จะบอกเนี่ย ๆ มาดามร้อยล้าน เราก็เห็นว่ามันก็โอ.เค. มันจี๊ดดี พี่ก็เลยแฮชแท็กตัวเองไปตลอดว่ามาดามร้อยล้าน”

คนมักจะเข้าใจว่าเป็นเจ้าของกิจการมันเหนื่อย เครียด ต้องคิดตลอดเวลา แล้วเรารับผิดชอบหลายอย่างด้วย คุณโอ๋มีเป็นแบบนั้นบ้างไหมคะ ?

“พี่เป็นคนคิดไว ทำไว ทุกข์ไวก็ไปไว ไม่ค่อยคิดอะไรเยอะน่ะค่ะ คิดทุกอย่างมองให้มันกลับ phase (มุมมอง) กว่าชาวบ้านเขา เวลามีปัญหาลบ ๆ อะไรมา เราก็มองให้มันเป็นบวก เราไม่ได้มานั่งทุกข์ตลอดเวลา เราไม่ได้จมกับมันน่ะ สมมติรับของมาสต๊อก เราไม่ได้คิดว่า โอ๊ย…กลัวขายไม่ได้ ทำไมของเหลือเยอะ

เราก็มาคิดว่า เฮ้ย ! ทำยังไงเราถึงจะขายหมด หรือเราต้องทำอย่างนี้ดีกว่ามันถึงจะขายได้  ไม่เคยคิดว่ามันขายไม่ได้แน่เลย ไม่มี… พอเรารู้สึกว่าเราดิ่งไปในความคิดนั้น เราจะรีบลุกขึ้นมาแล้วเปลี่ยนตัวเอง แล้วบอกว่าเราคิดอย่างนี้ไม่ได้ เราต้องทำยังไงเราต้องขายหมด เรามั่นใจแล้ว เพียงแต่แค่วิธีการ ลำดับการเท่านั้นเอง ว่าเราจะทำยังไงอะไรอย่างนี้ค่ะ มุมมองพี่มันไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านนะ (หัวเราะลั่น)”

นอกจากการคิดบวกแล้ว เคล็ดลับหนึ่งในการทำธุรกิจประสบความสำเร็จในแบบของ ‘คุณโอ๋ มาดามร้อยล้าน’ คืออะไรคะ ?

“พี่คิดว่าทุกอย่างที่เราทำ มันไม่ได้เป็นการทำงาน ทำอะไรก็ได้ที่รู้สึกว่าเราสนุกกับมัน เราต้องทำมันทุกวัน ถ้าเราคิดว่า เฮ้ย…เราต้องตื่นมาแล้ว เราต้องไปทำงานอีกแล้ว มันรู้สึกมันไม่สนุก มันไม่สดชื่น การพบลูกค้า การคุยกับลูกค้า มันเป็นอะไรที่เหมือนเป็นประสบการณ์ใหม่ ๆ

อย่างพี่โทร.ไปหาลูกค้าหรือลูกค้าโทร.มาหาเรา แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ความพึงพอใจในแต่ละคนในการพูดคุยสนทนาก็ไม่เหมือนกัน มันเหมือนเป็นการบ้านให้เรา

สมมติเจอลูกค้าแบบงี่เง่าสุด ๆ มาก ๆ เลย เราต้องพูดให้มันนิ่มที่สุด ซอฟต์ที่สุด ทำยังไงก็ได้ ให้เขาเปลี่ยนใจมาทานของเราให้ได้ ทุกอย่างในแต่ละวันมันเหมือนเป็นบทเรียน แล้วให้เราหาวิธีแก้ไข พี่ว่าถ้าคิดแบบนี้พี่รู้สึกสนุก”

หันมาคุยเรื่องสุขภาพกันบ้าง อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณโอ๋หันมา ‘ดูแลสุขภาพ’ อย่างจริงจังคะ ?

“พี่ว่าจริง ๆ ทุกคนน่ะก็ดูแลได้ แต่ว่าขึ้นอยู่กับว่า บางคนอาจจะยังไม่ถึงจุดไง อย่างพี่มีลูกเล็กตอนอายุค่อนข้างเยอะแล้ว พี่ก็คิดว่าทำยังไงจะแข็งแรงอยู่กับเขาไป ไม่ใช่แก่แล้วก็แก่ วิ่งตามลูกไม่ไหว พี่คิดอย่างนั้นจริง ๆ อย่างน้อย ๆ แก่ก็แก่ แต่แบบแข็งแรงเนาะ แก่แบบมีคุณภาพดีกว่า ก็เลยมาออกกำลังกาย

คือ พี่เคยอ้วนมาก่อน แล้วพี่มาผอมตอนที่ออกกำลังกายนี่แหละ ลดไปแล้ว 20 กิโลต่อเดือน พอท้องน้องมันก็เด้งขึ้นมาอีก 30 กว่าโล แต่พี่ว่าเราเคยทำได้ เราก็ต้องทำได้ ก็เลยไปโยคะ เพราะคิดว่ามันเป็นกิจกรรมที่น่าจะเหมาะกับอายุ ณ ปัจจุบัน แล้วก็กินแพลนต์เบสตามคุณหนูดีค่ะ ก็ไม่ค่อยตั้งใจลดแต่มันก็ลงมาเองเรื่อย ๆ

พอส่งลูกเสร็จก็ออกกำลังกายที่ยิมแป๊บเดียว ชั่วโมง – 2 ชั่วโมง ส่วนที่บ้านทุกวันนี้ลุกขึ้นมาพี่ก็บิด ๆ ยืด ๆ ประมาณ 15 นาทีทุกเช้า ไม่งั้นพี่ก็ไม่ไหว”

ที่บอกว่าเคยอ้วนมาก่อน ตอนนั้นพีคสุดเท่าไหร่คะ ?

“หนักที่สุด 78 ลดเหลือ 51 อยู่ตรงนั้นมาตลอดจนท้อง (หัวเราะ)  ก็ขึ้นมา 34 กิโล พอคลอดแล้วน้ำหนักก็อยู่ที่ 74-75 อยู่ๆก็กลับไป 78 เท่าเดิม เราก็เลยไปตรวจเช็คว่า ก็กินไม่ค่อยเยอะ ร่างกายเราเป็นอะไรหรือเปล่า พอตรวจเลือดก็ อ๋อ…รู้ว่าแพ้อาหาร แพ้นม แพ้ยีสต์ แพ้ไข่ แพ้แป้งสาลี แพ้ข้าวโพด แพ้กีวี่ แพ้แบบอยู่ยาก (หัวเราะ)”

หมายความว่าการ ‘แพ้อาหาร’ มีผลต่อรูปร่างของเราเหรอคะ ?

“ใช่ค่ะ…ตัวมันก็จะบวม ตัวมันก็จะมีแต่น้ำ เช็คด้วยการกดไปที่ขา ถ้ามันบวมเมื่อไหร่ ตอนกดลงไปผิวเรามันก็จะไม่ยุบ ก็เลยปรึกษาหมอแล้ว ก็กินถูกหลัก มันก็ลีน  (lean) ลงมาค่ะ”

กิจวัตรประจำวันของมนุษย์แม่เริ่มเมื่อไหร่ ทำอะไรบ้างคะ ?

“ตื่น 6 โมง บิดยืดร่างกายประมาณ 15 นาที แล้วก็มาทำกับข้าวให้เด็ก สัก 6 โมงครึ่งก็ไปปลุกลูก ปลุกแล้วกว่าจะกินข้าว กว่าจะออกก็ประมาณเกือบๆ 8 โมงน่ะค่ะ หลังจากนั้นบางวันก็กลับบ้าน ช่วงที่ทำงานก็จะเป็นช่วงระหว่างวัน บางวันก็ออกมากินข้าวกับเพื่อน ส่วนช่วงที่ท้อง ก็จะไปยิมอาทิตย์ละวันค่ะ หลังจากนั้นบ่าย 3 ก็จะไปรับลูก

ส่วนการบ้านที่โรงเรียนมีอาทิตย์ละครั้งค่ะ…ดีหน่อย ช่วงเย็นก็เลยเป็นช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน เล่นด้วยกัน เข้านอนพร้อมกันค่ะประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง แล้วเขาก็จะหลับไม่เกิน 4 ทุ่ม”

ขอบพระคุณนะคะที่อุดหนุน ‘นูเซสต์’ อยู่เรื่อย ๆ เลย คุณโอ๋ทานโปรตีนนูเซสต์ยังไง ตอนไหนบ้างคะ ?

“นูเซสต์พี่กินหลังออกกำลังกายเลยค่ะ จะพกไปด้วยติดรถ ใส่นมอัลมอนด์ พี่ก็พกกระบอกน้ำแข็งใส่ไป พอออกกำลังกายเสร็จไม่ให้เกิน 1 ชั่วโมง พี่กินเลย”

ได้นำ ‘นูเซสต์’ มาปรับเป็นเมนูในชีวิตประจำวันด้วยไหมคะ ?

“พี่จะทำเวลาพี่อยากกินขนม พี่ก็จะมีผลไม้ฟรีซไว้ มีสับปะรด มีขนุนมีทุกอย่างที่เป็นผลไม้ฟรีซ พออยากกินขึ้นมา ก็เอามารวม ๆ กัน ใส่ผักมั่งอะไรมั่ง ทุกอย่างรวมกัน แล้วแต่วันนี้กินรสอะไร สมมติใส่พวกเบอร์รี่ ก็จะใส่รสสตรอเบอร์รี่ลงไป ส่วนใหญ่จะปั่นกินเป็นสมูทตี้”

คุณโอ๋รีวิวโปรตีนนูเซสต์ไว้ด้วยนะคะ คลิกอ่านได้ที่นี่ เลยค่ะ

ใคร ๆ ก็บอกว่าเป็นมนุษย์แม่มันเหนื่อยมากกกก ยื่นใบลาออกก็ไม่ได้ ในฐานะคุณแม่ที่ต้องดูแลลูกถึง 3 คน คุณโอ๋มีมุมมองอย่างไรบ้างคะ ?

“ถามว่าเหนื่อยจริงไหม ? มันเหนื่อยนะ เหนื่อยแต่เราจะเหนื่อยกับมันยังไงให้มันมีความสุข สนุกไปด้วยกัน มันจะเหนื่อยแบบมีอยู่จุดหนึ่งที่มันพีคเลย วันนี้มันเหนื่อยมาก แต่กลับมามองความเหนื่อยนี้ มันก็มีความสุขอยู่นะ เราได้สนุกกับเขา เราได้เล่นกับเขา

บางวันที่พี่ถือโทรศัพท์เยอะ ๆ แล้วหันมามองลูก ลูกบอกแม่เอาแต่เล่นโทรศัพท์อีกแล้ว เราก็จะโอ.เค. แม่ขอทำงาน แป๊บเดียวแล้วก็วางเลย ก็จะไปอยู่กับลูกเลย ก็อยู่ที่มุมมองและการปรับความคิดของแต่ละคนด้วยค่ะ”

สุดท้ายนี้ อยากให้ฝากอะไรถึงคุณแม่ทุกคนที่อยากลุกขึ้นมาดูแลตัวเองให้สุขภาพดี แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง คุณโอ๋อยากฝากอะไรไปบอกเพื่อน ๆ มนุษย์แม่เช่นเราคะ ?

“ส่วนใหญ่พี่ว่า คุณแม่ทุกคนก็อยากจะเป็นแบบนี้ แต่มันเจอภาวะที่ไม่เหมือนกัน ภาวการณ์กดดันของลูกบ้าง ของคนรอบข้างบ้าง พี่คิดว่าปรับจากตัวเราตัวข้างใน ตัว Mindset ก่อน พอมันปรับได้มันจะจูนจนเจอสิ่งที่ใช่ พี่ว่ามันจะ Flow ไปเอง มันจะไปของมันได้เอง สำคัญตรง Mindset ค่ะ ถ้าคิดว่าทำไม่ได้หรอก ฉันไม่มีเวลา ก็คือคุณก็ปิดประตูตายตั้งแต่ทีแรกแล้ว ถ้าเปิดประตูออกมา แล้วก้าวขาออกมาสักข้างหนึ่ง ขาอีกข้างหนึ่งมันก็จะตามมาเองค่ะ

จบแบบดีงามปังเว่อร์ค่ะ สำหรับแขกคนพิเศษคนแรกของนูเซสต์ ! คุณแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกและรับผิดชอบสารพัดสิ่ง ลองนำทริคความคิดและแรงบันดาลใจดี ๆ จากคุณโอ๋ไปปรับใช้ดูนะคะ หน้าที่ของความเป็นแม่ยิ่งใหญ่มาก นูเซสต์ขอเป็นกำลังใจและเคียงข้างมนุษย์แม่ทุกท่าน พวกคุณเก่งมากจริง ๆ ค่ะ

คนพิเศษของนูเซสต์บทความหน้าจะเป็นใคร

ขอน้อมไหว้ฝากติดตามด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ 🙂